ปฏิทินกิจกรรม
  ก่อนหน้า กันยายน 2561 ก่อนหน้า  ถัดไป
  • อา
  • พฤ
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11
  • 12
  • 13
  • 14
  • 15
  • 16
  • 17
  • 18
  • 19
  • 20
  • 21
  • 22
  • 23
  • 24
  • 25
  • 26
  • 27
  • 28
  • 29
  • 30
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
vote
 
กรมท่าอากาศยาน
สายการบินนกแอร์
GOOGLE
 

ความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา

    

 

ท่าอากาศยานแม่สอด เดิมเป็นอากาศยานเล็กๆ อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ของประเทศไทยสร้างขึ้นมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เดิมเป็นสนามบินที่ใช้ในกิจการทหารอยู่ในความดูแลของกองทัพอากาศต่อมาเมื่อมีการดำเนินการขนส่งพัสดุภัณฑ์ และผู้โดยสารในกิจการการบินพลเรือนขึ้น ซึ่งในระยะเริ่มแรกนั้นการดำเนินกิจการอยู่ในความรับผิดชอบของทหาร และใช้สนามบินแม่สอดเป็นครั้งคราว จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2472 เมื่อเสนาบดีสภาได้พิจารณาและลงมติให้แยกกิจการบินพลเรือนออกจากกิจการทหารและได้มีการจัดตั้งบริษัท เดินอากาศ ในปี พ.ศ. 2473 ดำเนินการเป็นรัฐพาณิชย์ กองการบินพลเรือน กระทรวงพาณิชย์ กิจการการบินพลเรือนของประเทศจึงได้แยกตัวออกจากกิจการบินทหาร โดยมีบริษัท เดินอากาศ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการการขนส่งทางอากาศ กิจการการเดินอากาศในระยะเริ่มแรก นั้น เมื่อบริษัท เดินอากาศ จำกัด ได้รับสัมปทานการขนส่งทางอากาศ เมื่อ พฤษภาคม 2475 ได้เปิดขยายดำเนินการขนส่งทางอากาศในเส้นทาง พิษณุโลก- ตาก- แม่สอด ขึ้น จนเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทฯ จึงได้งดบินและยุบเลิกกิจการเนื่องจากมีอุปสรรคบางประการ โดยเฉพาะเครื่องบินของบริษัทฯ ในเส้นทาง เชียงใหม่ – แม่สะเรียง – แม่ฮ่องสอน ถูกเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามยิงตก บริษัทฯ จึงงดทำการบินเมื่อ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2488 และยุบเลิกกิจการด้านการบินในปี พ.ศ. 2489

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่น ได้ใช้สนามบินแห่งนี้เป็นหน่วยบินในการปฏิบัติการทางอากาศ โจมตีฝ่ายสัมพันธมิตรในประเทศพม่า ซึ่งในขณะนั้นพื้นผิวทางวิ่ง ยังเป็นดินลูกรัง ทางวิ่งเป็น 05 - 23 ขนาดประมาณ 30 x 1,100 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่งและหนองน้ำ ยังไม่มีเครื่องช่วยในการเดินอากาศใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงในปี พ.ศ. 2489 กองทัพอากาศได้ริเริ่มทำการบินขึ้นใหม่โดยเปิดสายการบินจาก ดอนเมือง – พิษณุโลก – ลำปาง – เชียงใหม่ สายหนึ่ง และเส้นทางจาก ดอนเมือง – ภูเก็ต – สงขลา อีกสายหนึ่ง โดยใช้เครื่องบินแบบ DG -3 หรือ DAGOTA ต่อมาทางราชการได้จัดตั้งรูปบริษัทจำกัดขึ้น ในชื่อเดิมคือ บริษัทเดินอากาศ จำกัด ในปี พ.ศ. 2491 ต่อมาปี พ.ศ. 2494 บริษัทเดินอากาศ จำกัด และบริษัท POAS (PACIFIC OVER-SEAS AIRLINES SIAM LTD.,) ซึ่งเป็นบริษัทการบินที่ตั้งขึ้นในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการบินระหว่างประเทศ ได้รวมกิจการเข้าด้วยกัน จัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ชื่อว่า บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (บดท.) (THAI AIRWAYS CO.LTD) ซึ่งมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และต่อมาในปี พ.ศ. 2502 บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด และบริษัท SCANDINAVIAN AIRLINES SYSTEM (SAS.) ได้รวมทุนกันจัดตั้งบริษัทการบินไทย จำกัด โดยบริษัทเดินอากาศไทย จำกัด ถือหุ้น 70% และ SAS. ถือหุ้น 30% เปิดทำการบินระหว่างประเทศขึ้น นี่คือความเป็นมาของบริษัทการบินของไทย ในชื่อต่างๆ ในระยะแรก ซึ่งในช่วงปี พ.ศ. 2491 – 2494 ไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่าบริษัทฯ ได้เปิดบิน ขึ้น – ลง ที่ท่าอากาศยานแม่สอด หรือไม่ คงมีแต่เครื่องบินของกองทัพอากาศ โดยใช้ท่าอากาศยานแม่สอดในภารกิจทางทหาร เป็นครั้งคราว สำหรับในกิจการด้านพลเรือน บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด เป็นผู้ดำเนินการขนส่งผู้โดยสารโดยได้เปิดบริการครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2496 และดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2503 – 2504 สำนักงานการบินพลเรือน ได้เห็นความสำคัญในด้านการขนส่งทางอากาศในขณะนั้น จึงได้ปรับปรุงสภาพพื้นสนามบินโดยทำการเสริมพื้นผิวบดอัดดินลูกรังให้แน่นและเรียบขึ้น และทำการสร้างที่ทำการท่าอากาศยาน อาคารหอควบคุมจราจรทางอากาศ เป็นอาคารไม้สองชั้นครึ่ง สำหรับให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศ สร้างสถานีเครื่องช่วยการเดินอากาศ และได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องช่วยการเดินอากาศ NDB (NONDIRECTIONAL BEACON) ขึ้นในปีต่อมา ซึ่งในช่วงดังกล่าวนี้ บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด ได้นำเครื่องบิน DC-3 หรือ DAGOTA มาใช้บริการ รับ-ส่งผู้โดยสาร สินค้า และพัสดุ ณ ท่าอากาศยานแม่สอด และได้ทำการบินติดต่อกันเรื่อยมา 

ในปี พ.ศ. 2506 สำนักงานการบินพลเรือน กรมการขนส่ง ได้รับการยกฐานะเป็นกรมชื่อว่า “กรมการบินพาณิชย์” เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2506 ในระหว่างนี้ ท่าอากาศยานแม่สอด ก็ได้เปิดบริการเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2513 บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด งดบินขึ้น – ลง ท่าอากาศยานแม่สอด อีกครั้งหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2513 นี้เอง กรมการบินพาณิชย์ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงท่าอากาศยาน   แม่สอด ให้เป็นท่าอากาศยานมาตรฐานอีกชั้นหนึ่ง คือ ได้มีการสร้างทางวิ่งใหม่ กำหนดเป็นทางวิ่ง 09 และ 27 พื้นผิวลาดยางแอสฟัลต์ (ASPHALT) ขนาด 30x1,500 เมตร สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2515 ด้วยงบประมาณ 21.45 ล้านบาท จากนี้จึงได้ก่อสร้างอาคารที่ท่าอากาศยาน หอควบคุมจราจรทางอากาศ ขึ้นใหม่ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2517 รวมทั้งอาคารสถานีดับเพลิง (โรงเก็บรถดับเพลิง) อย่างไรก็ตามเมื่อสร้างเสร็จ บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด ก็ยังไม่เปิดบินที่ท่าอากาศยานแม่สอด คงเปิดบริการ ขึ้น-ลง เฉพาะเครื่องบินของทางราชการ ทั้งทางราชการ หน่วยบินตำรวจและเกษตร เท่านั้น

ในปี พ.ศ. 2526 บริษัทเดินอากาศไทย จำกัด ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจข้อมูลที่จะเปิดบินใหม่ และกรมการบินพาณิชย์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจทางวิ่ง อาคารที่ทำการหรืออาคารที่พักผู้โดยสาร และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ โดยได้ซ่อมแซมปรับแต่งอาคารที่ทำการท่าอากาศยานอีกครั้งหนึ่ง แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2527 

วันที่ 6 มีนาคม 2527 บริษัท เดินอากาศไทย จำกัด ได้ขอเปิดบินเป็นทางการอีกครั้งในเส้นทาง พิษณุโลก-ตาก –แม่สอด-เชียงใหม่ และกลับ

เดือน พฤศจิกายน 2528 ได้ทำการซ่อมผิวทางวิ่ง ลานจอด ถนนต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน แล้วเสร็จในเดือน กุมภาพันธ์ 2529

เดือน กรกฎาคม 2530 ได้ประกาศประกวดราคาเพื่อทำการขยายและต่อเติมอาคารที่ทำการท่าอากาศยาน ดำเนินการแล้วเสร็จในเดือน มิถุนายน 2531 ด้วยงบประมาณ 4,347,000 บาท โดยสร้างเป็นอาคารชั้นครึ่งชั้นบนจัดเป็นห้องทำงานของฝ่ายบริหารและห้องประชุม ส่วนชั้นล่างเป็นส่วนที่ใช้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารนั้น ได้ขยายเนื้อที่ใช้สอยมากขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 734 ตารางเมตร ประกอบด้วยบริเวณที่ทำการของบริษัทการบิน ห้องพักผู้โดยสารขาออก (DAPARTTURE LOUNGE) ห้องรับรองพิเศษ (VIP LOUNGE) ห้องโถงสำหรับผู้โดยสารขาเข้าและผู้มา รับ-ส่ง ผู้โดยสาร บริเวณที่รับกระเป๋า (BAGGAGE CLAIM) ร้านจำหน่ายของที่ระลึก (GIFT SHOP) รวมถึงห้องสุขา (ชาย/หญิง) ส่วนในพื้นที่ของอาคารที่ทำการเดิมนั้น จัดเป็นห้องทำงานของฝ่ายควบคุมจราจรทางอากาศ (งานต้นหน) ห้องทำงานของฝ่ายช่างสื่อสารและเครื่องช่วยการเดินอากาศ ห้องทำงานของฝ่ายสื่อสารการบิน ห้องเก็บพัสดุและงานรักษาความสะอาด สถานที่ของฝ่ายบริหาร ห้องทำงานของตำรวจ (AIRPORT POLICE) และหน่วยรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน (AIRPORT SECURITY SERVICE)

ในปี พ.ศ. 2532 ได้ทำการติดตั้งไฟนำร่อน (PAPI) และทำการซ่อมอาคารโรงเก็บรถดับเพลิง ปลายปี 2532 ทำการติดตั้งไฟสัญญาทางวิ่งต่างๆ เช่น RUNWAY LIGHT, TAXIWAY LIGHT, THRESHOLD END LIGHT แล้วเสร็จในเดือน มกราคม 2533

 

 

เดือน ตุลาคม 2533 ติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธฯ แบบ WALK THROUGH และในปี พ.ศ. 2534 สร้างอาคารสถานีและติดตั้งเครื่องช่วยการเดินอากาศ VOR/DME อันจะทำให้อากาศยานต่างๆ บินเข้าสู่ ท่าอากาศยานแม่สอด ในทิศทางที่ถูกต้องและแน่นอนมากขึ้นอันจะส่งผลให้เกิดความรวดเร็วปลอดภัยและประหยัด ในการที่จะบินเข้าสู่ท่าอากาศยานแม่สอด ของ ท่าอากาศยานนั้นเป็นอย่างมาก และติดตั้งไฟส่องลานจอดอากาศยานขึ้นอีก 2 จุด รวมทั้ง ปรับปรุงระบบไฟแสงสว่างถนน ภายในบริเวณท่าอากาศยานแม่สอดให้สว่างและสวยงามขึ้น

ปี พ.ศ.2544 ติดตั้งเครื่อง X-RAY ขนาด 100 x 100 CM ตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารและอากาศยาน

ในปี พ.ศ. 2546 ได้มีการปรับปรุงส่วนราชการได้มีพระราชกฤษฎีกาให้เปลี่ยนชื่อ กรมการบินพาณิชย์ เป็น กรมการขนส่งทางอากาศ

 

ปี 2547 ประกาศเป็นสนามบินศุลกากร,ติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) จำนวน 12 ตัว

ในปี พ.ศ. 2548 ติดตั้งรั้ว คสล.ติดตะแกงสำเร็จรูป ส.77/2548 ลว. 30 มิถุนายน 25448 วงเงิน 7,293,000.-บาท

 

   ปี 2548 ได้ต่อเติมและปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร พื้นที่ศุลกากร  ตรวจคนเข้าเมือง และด่านควบคุมโรคพร้อมสายพานลำเลียงกระเป๋า ตามสัญญาเลขที่ 63/2548 งบประมาณทั้งสิ้น 1,980,000.-บาท

   ปี 2556 ได้ซ่อมปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร โดยวิธีพิเศษ สัญญาจ้างเลขที่ 85/2556 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2556 งบประมาณ 2,975,000 บาท

  



 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 11
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 49,001
black_ribbon