ปฏิทินกิจกรรม
  ก่อนหน้า ธันวาคม 2564 ก่อนหน้า  ถัดไป
  • อา
  • พฤ
  •  
  •  
  •  
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11
  • 12
  • 13
  • 14
  • 15
  • 16
  • 17
  • 18
  • 19
  • 20
  • 21
  • 22
  • 23
  • 24
  • 25
  • 26
  • 27
  • 28
  • 29
  • 30
  • 31
  •  
vote
 
กรมท่าอากาศยาน
caat
แอร์เอเชีย
FIS
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
พรบ.ข้อมูลข่าวสาร
ข้อมูลประชาชน
สำนักงานจัดหางานจังหวัดน่าน
 

ประวัติท่าอากาศยานน่านนคร

ประวัติท่าอากาศยานน่านนคร

เมื่อ : 2015-08-19 20:30:47 อ่าน : 1780
 ประวัติความเป็นมา

เมื่อปี พ.ศ. 2467 เจ้ามหาพรหมสุรธาดาฯ  เจ้าผู้ครองนครน่าน ได้ทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อซื้อเครื่องบินให้แก่กองทัพอากาศจำนวน 1 ลำ ต่อมาพระองค์มีพระประสงค์จะชมเครื่องบินที่พระองค์ซื้อให้แก่กองทัพอากาศ จึงได้นำความปรึกษากับอำมาตย์เอกพระวรไชยวุฒิกรณ์ ปลัดมณฑลพายัพ เพื่อจัดสร้างสนามบินขึ้น เมื่อพระวรไชยวุฒิกรณ์เห็นชอบแล้ว จึงได้เกณฑ์แรงงานราษฎรทำการถากถางโค่นต้นไม้บริเวณตำบลหัวเวียงเหนือเพื่อสร้างสนามบินขึ้น โดยใช้เวลาในการสร้างประมาณ 3 ปีเศษ จึงแล้วเสร็จ และทางกองทัพอากาศจึงได้นำเครื่องบินแบบ เบเก้จำนวน 3 ลำ รวมทั้งลำที่เจ้ามหาพรหมสุรธาดาฯ ได้ทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อให้ บินจากกองทัพอากาศดอนเมืองถึงสนามบินน่านสำเร็จและลงอย่างปลอดภัย ครั้นเมื่อเครื่องบินได้กลับไปแล้วก็มิได้ใช้สนามบินนี้อีก คงปล่อยทิ้งไว้และได้รับการบำรุงรักษาตามสมควร

ต่อมาเกิดกรณีพิพาทอินโดจีนกับฝรั่งเศส  สนามบินได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น  เพื่อให้เครื่องบินสามารถประจำที่สนามบินน่านได้ แต่เมื่อสงครามอินโดนจีนยุติลงก็ไม่มีการใช้สนามบินอีก หลังจากนั้นอีกประมาณ  10  ปีเศษ  สนามบินได้รับการปรับปรุงอีกครั้งหนึ่งโดยทำการขยายทางวิ่งให้กว้างประมาณ  10  เมตร  ยาวประมาณ  600  เมตร  ผิวทางวิ่งบดทับด้วยดินลูกรัง  พอที่เครื่องบินขนาดเล็กจะขึ้น – ลงได้

เมื่อวันที่  12  มีนาคม  พ.ศ.  2514  กองทัพอากาศได้จัดหน่วยบิน 231  ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดมาประจำสนามบินน่านพร้อมย้ายหน่วยบิน  713  และ 333  จากอำเภอเชียงกลางมาประจำที่สนามบินน่าน  รวมกันตั้งเป็นฝูงบิน  466

ต่อจากนั้นหน่วยบินของกองทัพบกร่วมกับกรมการบินพาณิชย์ (กรมการบินพลเรือนในปัจจุบัน) ได้ย้ายเข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกับกองทัพอากาศ  จึงได้ร่วมกันซ่อมทางวิ่งบางตอนที่ชำรุดให้ได้มาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถของทางวิ่งให้เป็นผิวแอสฟัลส์ติดคอนกรีตยาว  2,000  เมตร  กว้าง  45  เมตร  ทางวิ่งเผื่อหัวท้ายข้างละ  60  เมตร  รับน้ำหนักสูงสุด  ได้ประมาณ  67,000  กิโลกรัม  ซึ่งเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่แบบ  C-130  เฮอร์คิวลิส  สามารถขึ้น – ลงได้อย่างปลอดภัย

ปี พ.ศ. 2523 กรมการบินพาณิชย์ (กรมการบินพลเรือนในปัจจุบัน) ได้จัดสร้างอาคารที่ทำการท่าอากาศยานน่าน (อาคารหลังเก่า) เป็นอาคารชั้นเดียวประกอบด้วยห้องพักผู้โดยสาร ที่ทำการท่าอากาศยานน่าน และพื้นที่ลานจอดรถยนต์ ไว้บริการแก่ผู้โดยสารทั่วไป

เนื่องจากอาคารดังกล่าวมีขนาดคับแคบและท่าอากาศยานน่านได้รับการปรับปรุงขยายหลายครั้ง  ทำให้อาคารอยู่ในเขตจำกัดสิ่งปลูกสร้าง  อีกทั้งสามารถรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นได้  ซึ่งจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

ท่าอากาศยานน่าน  ได้รับการพัฒนาให้มีระดับความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลเพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการบริการผู้โดยสารและเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558

 ในปีงบประมาณ 2555 – 2558   ท่าอากาศยานน่าน  ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่และอาคารประกอบอื่นๆ ได้แก่ อาคารโรงเก็บเครื่องมือกล อาคารที่ทำการดับเพลิง และโรงเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้า เป็นเงิน  169,060,000  บาท  พื้นที่ใช้สอย  5,750  ตารางเมตร  สามารถรองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนได้  300  คน/ชั่วโมง  หรือประมาณ  2,400  คน/วัน 

ท่าอากาศยานน่าน  ได้เปิดให้สายการบินและผู้โดยสารใช้บริการที่อาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ตั้งแต่วันที่  19  พฤษภาคม  พ.ศ. 2557  เป็นต้นไป

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกมารี  ทรงพระราชทานชื่อท่าอากาศยานน่านว่า  ท่าอากาศยานน่านนคร  หมายถึง  ท่าอากาศยานแห่งจังหวัดน่าน  และพระราชทานพระราชานุญาต ให้เชิญตราสัญลักษณ์ในโอกาสฉลองพระชนมายุ  5  รอบ  2  เมษายน  2558  ประดับที่ป้ายท่าอากาศยานน่านนคร  ในวโรกาสนี้  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกมารี  ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่  เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่คณะเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานน่านนคร  และพสกนิกรชาวน่านอย่างหาที่สุดมิได้

  



 
 
 

กลับไปหน้ารายการข้อมูล กลับไปหน้ารายการข้อมูล


 
 


ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 18
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 177,780
black_ribbon